ไปสวรรณ์มั้ย

โครงการง่ายๆของพระเจ้าสำหรับความรอด

โดย ฟอร์ด โปร์เทอร์

แด่เพื่อนที่รัก ผมขอถามคำถามสักอย่างหนึ่งซึ่งเป็นคำถามสำคัญที่สุดในชีวิตของท่านที่เดียว

ความสุขนิรันดร์ของท่านหรือความทุกข์นิรันดร์ของท่านขึ้นอยู่กับปัญหาที่ผมจะถามว่า “ท่านรอดแล้ว หรือ?” คำถามนี้ผมหมายความว่า ท่านแน่ใจแล้วหรือว่า เมื่อท่านตายแล้วท่านจะไปสวรรค์? หรือท่านคิดว่าเป็นสมาชิกของคริสตจักรแล้วท่านจะรอดพ้นจากโทษบาป? ผมขอบอกว่าท่านคิดผิดแล้ว หรือท่านจะคิดว่า ท่านจะทำดีแล้วได้เป็นคนดี ท่านถึงจะรอดพ้นจากโทษของความผิดบาป? ผมขอบอกอีกว่าท่านคิดผิดอีกเหมือนกัน เพราะว่าคนที่ทำดีนั้นก็ดีแล้ว แต่ไม่หมายความว่าคนดีจะรอดพ้นจากโทษของความผิดบาปไปได้ เพราะมนุษย์ทุกคนรู้แน่แล้วว่าโทษของความผิดบาปนั้นเมื่อตายไปแล้วจะต้องตกนรก ฉะนั้นจึงตั้งคำถามว่า “ท่านรอดแล้วหรือ?”

ไม่มีใครที่สามารถจะรับพระพรจากพระเจ้าได้ หรือไม่มีใครที่สามารถจะเข้าไปในแผ่นดินสวรรค์ได้

นอกจากเขาจะได้รับความรอดเสียก่อน ในพระคัมภีร์ยอห์น 3.7 พระเยซูได้ตรัสแก่นิโคเดมัสว่า “ท่านต้องบังเกิดใหม่” พระเจ้าได้ทรงให้มีโครงการอันเดียว ซึ่งมีอยู่ในพระคัมภีร์เท่านั้น สำหรับความรอดพ้นจากโทษของความผิดบาป เป็นโครงการง่ายๆซึ่งท่านจะสามารถรอดพ้นจากโทษของความผิดบาปได้ในวันนี้เพื่อนที่รักของผม สิ่งแรกที่จำเป็นคือว่า ท่านต้องรู้ตัวว่าท่านเป็นคนบาป เพราะในพระคัมภีร์โรม3.10,22,23 ได้เขียนไว้ว่า “ไม่มีผู้ใดเป็นคนชอบธรรมสักคนเดียว ไม่มีเลย เพราะว่าคนทั้งหลายไม่ต่างกัน เหตุว่าทุกคนทำบาป และเสื่อมจากสง่าราศีของพระเจ้า” นอกจากท่านจะรู้สำนึกตัวว่าท่านเป็นคนบาปแล้ว จะไม่มีโอกาสที่จะรอดพ้นจากความบาปได้ ฉะนั้นท่านจะต้องได้รับโทษ คือ ความตาย เพราะในพระคัมภีร์โรม 6.23 บันทึกว่า “เพราะว่าค่าจ้างของความบาปคือความตาย” และในพระคัมภีร์ยากอบ1.15 บันทึกว่า “เมื่อบาปเจริญเต็มที่แล้ว ก็นำไปสู่ความตาย” ข้อพระคัมภีร์ทั้งหมดที่ได้กล่าวมานี้ก็เพื่อคนทั้งปวงได้รู้อย่างชัดเจนว่า คนบาปต้องถูกแยกออกจากพระเจ้าผู้บริสุทธิ์ที่สุดซึ่งพระองค์สถิตอยู่ในสวรรค์ และคนบาปจะต้องไปตกนรกอยู่ในบึงไฟในนรกเสมอไปเป็นนิตย์ นี่เป็นการลงโทษที่น่ากลัวมิใช่หรือ? ใช่แล้ว น่ากลัวจริงๆ เพื่อนเอ๋ย ถึงแม้จะมีใครเถียงก็ตาม ความจริงก็ยังเป็นความจริงอยู่ แต่ว่าเพื่อนที่รักของผม ขออย่าพึ่งตกใจหรืออย่าหมดหวังเพราะว่าพระเจ้ายังทรงรักท่าน ความรักของพระองค์ที่มีต่อท่านก็คือ พระองค์ได้ส่งพระบุตรองค์เดียวของพระองค์ คือพระเยซูคริสต์ให้เสด็จเข้ามาในโลก พระเยซูเป็นผู้ที่ได้รับโทษความผิดบาปแทนท่านแล้ว คือพระองค์ได้ยอมตายแทนท่านในพระคัมภีร์ 2 โครินธ์ 5.21 กล่าวว่า “เพราะว่าพระเจ้าได้ทรงกระทำพระองค์ผู้ทรงไม่มีบาปให้เป็นความบาปเพราะเห็นแก่เรา เพื่อเราจะได้เป็นคนชอบธรรมของพระเจ้าทางพระองค์” ในพระคัมภีร์ 2 เปโตร 2.24 กล่าวว่า “พระองค์เองได้ทรงรับแบกบาปของเราไว้ในพระกายของพระองค์ที่ต้นไม้นั้น เพื่อว่าเราทั้งหลายซึ่งตายจากบาปแล้ว จะได้ดำเนินชีวิตตามความชอบธรรมด้วยรอยเฆี่ยนของพระองค์ ท่านทั้งหลายจึงได้รับการรักษาให้หาย” ในการที่พระเยซูต้องสิ้นพระชนม์ (ตาย) นั้น พระองค์จำเป็นต้องเสียสละพระโลหิตของพระองค์เองให้ไหลออกดังที่ระบุไว้ในพระคัมภีร์เลวีนิติ 17.11 ว่า “เพราะว่าชีวิตของเนื้อหนังอยู่ในเลือด” และในพระคัมภีร์ฮีบรู 9.22 ว่าดังนี้ “ถ้าไม่มีโลหิตไหลออกแล้ว ก็จะไม่มีการอภัยบาปเลย”เราไม่สามารถที่จะเข้าใจได้ว่า พระเยซูคริสต์ทรงรับแบกความบาปของพวกเราได้อย่างไร แต่ในพระดำรัสของพระเจ้าได้ตรัสมาแล้วว่า พระเยซูคริสต์ได้ทรงรับแบกความบาปของเราดังนั้น เพื่อนที่รักความบาปของท่านได้วางไว้อยู่บนพระเยซูคริสต์ และพระองค์ได้ตายแทนท่านแล้วที่ไม้กางเขน เรื่องนี้เป็นความจริง เพราะว่าพระเยซูผู้บริสุทธิ์ไม่ทรงกล่าวเท็จเลยผู้คุมในเรือนจำที่เมืองฟีลิปปีคนนั้นได้ถามอาจารย์เปาโลและสิลาสว่า “ท่านเจ้าข้า ข้าพเจ้าจะต้องทำอย่างไรจึงจะรอดได้ เปาโลกับสิลาสจึงกล่าวว่า จงเชื่อวางใจในพระเยซูคริสต์เจ้า และท่านจะรอดได้ทั้งครอบครัวของท่านด้วย” (พระคัมภีร์กิจการ 16.30-31)เป็นการง่ายจริงๆ เชื่อและวางใจในพระเยซูเจ้าเท่านั้น ซึ่งพระองค์ได้ทรงรับความผิดบาปของท่านตายแทนท่าน เมื่อพระองค์ได้ตายแล้วมีคนได้นำเอาพระศพของพระองค์ไปฝังไว้ หลังจากนั้นผ่านไปสามวัน พระเยซูได้ทรงฟื้นคืนพระชนม์ชีพเป็นขึ้นมาอีก และเดี๋ยวนี้พระองค์ยังทรงพระชนม์ชีพอยู่ เพราะงานที่พระองค์ได้กระทำเพื่อไถ่โทษบาปของท่านนั้นสำเร็จ และพระองค์กำลังคอยที่จะฟังเสียงของท่านที่จะร้องออกพระนามของพระองค์ เพราะพระคัมภีร์โรม 10.13 กล่าวว่า “เพราะว่า ผู้ที่จะร้องออกพระนามขององค์พระผู้เป็นเจ้าจะรอด” เมื่อท่านรู้ตัวว่าเป็นคนบาปและต้องการความรอด ท่านก็ควรจะอธิษฐานต่อพระองค์ ซึ่งจะพบคำอธิษฐานแบบอย่างในพระคัมภีร์ลูกา 18.13 ว่าดังนี้ “ข้าแต่พระเจ้า ขอทรงโปรดพระเมตตาแก่ข้าพระ-

องค์ผู้เป็นคนบาปเถิดท่านละ เมื่อท่านรู้ว่าท่านเองเป็นคนบาปคนหนึ่ง ท่านคงเสียใจและมีความกลัวด้วยใช่ไหม? เพราะฉะนั้น ไม่ว่าท่านจะอยู่ที่ไหนๆก็ตาม ในขณะนี้เอง ขอให้ท่านอธิษฐานจากใจจริงของท่านต่อพระเยซูคริสต์เจ้า ไม่จำเป็นต้องอธิษฐานภาวนานานๆยืดยาว หรือออกเสียงดัง เพราะว่าพระเจ้าทรงมีพระกรรณทิพย์ (หูทิพย์) และพระเนตรทิพย์ (ตาทิพย์) ที่จะได้ยินและเห็นภายในใจและในความคิดของท่าน พระองค์ทรงประสงค์อยู่แล้ว และคอยที่จะช่วยท่านให้รอด ขอเชิญท่านอธิษฐานดังต่อไปนี้ “โอพระเจ้าข้า ข้าพเจ้าเป็นคนบาป ข้าพเจ้าเสียใจ ข้าพเจ้าอยากกลับใจใหม่ ขอพระองค์ทรงพระเมตตาแก่ข้าพเจ้าและทรงโปรดช่วยข้าพเจ้าให้รอด เพราะเห็นแก่พระเยซูคริสต์” และเดี๋ยวนี้ท่านต้องเชื่อพระคำของพระเจ้าซึ่งมีเขียนไว้ในพระคัมภีร์โรม 10.13 ว่า “ผู้ (รวมทั้งท่านด้วย) ที่จะร้องออกพระนามขององค์-พระผู้เป็นเจ้าจะรอด” ขอให้ท่านอ่านอย่างตั้งใจและให้เข้าใจถูกต้อง คือว่า “จะรอด” ไม่ใช่หมายความว่า”อาจจะรอด” หรือ “สามารถจะรอดได้” แต่ว่า “จะรอด” จริงๆ โบสถ์หรือคริสตจักรก็ดี ศาสนจักรก็ดี องค์การกุศลใดๆก็ดี หรือจะเป็นคุณงามความดีที่ท่านสร้างขึ้นมาก็ดี สิ่งเหล่านี้ไม่สามารถช่วยท่านให้รอดได้ มีพระเยซูคริสต์องค์เดียวเท่านั้นที่มีความสามารถช่วยให้ท่านรอดได้

นี่แหละเป็นการสรุปในโครงการง่ายๆของพระเจ้าเพื่อจะให้ท่านรอดได้ คือว่า ท่านเป็นคนบาป

และเมื่อเป็นเช่นนี้ท่านก็กำลังพินาศอยู่และจะต้องตายตกนรก แต่พระเยซูคริสต์เจ้าสมัครเป็นผู้รับโทษบาปของท่าน และพลีชีวิตของพระองค์เอง ตายแทนท่านที่ไม้กางเขน พระศพของพระองค์ถูกฝังไว้ในอุโมงค์หลังจากนั้นสามวันพระองค์ทรงฟื้นคืนพระชนม์ชีพขึ้นอีกแล้ว พระองค์ทรงเป็นพระเจ้าอมตะ (คือไม่ตาย) ดังนั้นจงเชื่อวางใจในพระองค์ จงร้องออกพระนามของพระเจ้า ทูลขอให้พระองค์ทรงเมตตาและช่วยให้ท่านรอดเพราะเห็นแก่พระเยซู จงร้องเรียกสิทธิและรับความรอดโดยเชื่อพึ่งพระคำของพระเจ้า ท่านคงคิดว่า การรับและเชื่อพึ่งพระเยซูคริสต์จะเพียงพอละหรือที่จะรอดพ้นบาปได้ ผมขอบอกว่า ไม่ต้องสงสัยเลยพระเจ้าทรงมีพระกรุณาและรักท่านจริงๆ ขอให้ท่านเชื่อและรับเอาด้วยความขอบพระคุณพระเจ้า เท่านี้ก็เป็นการเพียงพอแล้ว มีคนเป็นจำนวนมาก หลายชาติหลายภาษาทั่วโลกได้ต้อนรับเอาพระเยซูเจ้าโดยโครงการง่ายๆอย่างนี้แล้ว โครงการนี้มีรากเป็นหลักฐานในพระคัมภีร์ โครงการนี้มาจากพระเจ้า เพื่อนที่รักของผม จงเชื่อและทำตามที่ได้แนะนำในวันนี้เถิด วันนี้และเดี๋ยวนี้เป็นเวลาที่ท่านควรรับเอาพระเยซูคริสต์ ในพระคัมภีร์ 2 โครินธ์ 6.2 พระองค์ได้ตรัสแล้วว่า “ดูเถิด บัดนี้เป็นเวลาอันชอบ ดูเถิด บัดนี้เป็นวันแห่งความรอด” และในพระคัมภีร์สุภาษิต 27.1 “อย่าคุยอวดถึงพรุ่งนี้ เพราะเจ้าไม่ทราบว่าวันหนึ่งๆจะนำอะไรมาให้บ้าง” ถ้าท่านยังไม่เข้าใจ ขอโปรดอย่าวางหรือทิ้งใบปลิวนี้ แต่ขอให้ท่านอ่านอย่างพิจารณาซ้ำอีกหลายๆ ครั้ง จนกว่าท่านจะเข้าใจอย่างชัดเจนจริงๆ เพราะจิตวิญญาณของท่านมีค่ากว่าสิ่งต่างๆทั้งหมดในโลกนี้ ในพระคัมภีร์มาระโก 8.36-37 ว่าดังนี้ “เพราะถ้าผู้ใดจะได้สิ่งของสิ้นทั้งโลก แต่ต้องสูญเสียจิตวิญญาณของตน ผู้นั้นจะได้ประโยชน์อะไร? เพราะว่าผู้นั้นจะนำอะไรไปแลกเอาจิตวิญญาณของตนกลับคืนมา?”

ท่านต้องมีความแน่ใจในเรื่องความรอดของท่าน ท่านต้องการความรอดมากกว่าสิ่งใดๆ ถ้าจิตวิญ-

ญาณของท่านพินาศ แน่นอนท่านจะพลาดจากสวรรค์และจากความสุขนิรันดร์ ขอพระเจ้าทรงช่วยท่านให้ได้รับความรอดวันนี้ พระองค์ประสงค์จะไถ่ท่านออกจากความผิดบาป และพระองค์จะปกปักรักษาท่านต่อไปด้วย ในพระคัมภีร์ 1 โครินธ์ 10.13 ทรงสัญญาว่า “ไม่มีการทดลองใดๆเกิดขึ้นกับท่าน นอกเหนือจากการทดลองซึ่งเคยเกิดกับมนุษย์ทั้งหลาย แต่พระเจ้าทรงสัตย์ซื่อ พระองค์จะไม่ทรงให้ท่านต้องถูกทดลองเกินกว่าที่ท่านจะทนได้ แต่เมื่อท่านถูกทดลองนั้น พระองค์จะทรงโปรดให้ท่านมีทางที่จะหลีกเลี่ยงได้ด้วยเพื่อท่านจะมีกำลังทนได้”

ขออย่าวางใจในความรู้สึกของท่านเอง เพราะความรู้สึกของมนุษย์เรานั้นจะเปลี่ยนแปลงได้ง่ายๆ

จงเชื่อพึ่งพระสัญญาของพระเจ้า เพราะพระสัญญาของพระเจ้านั้นแน่นอนและไม่เปลี่ยนแปลง

หลังจากท่านได้รับความรอดแล้ว มีสามสิ่งที่ท่านควรทำเพื่อความเจริญเติบโตทางจิตวิญญาณของ

ท่าน คือ

1) อธิษฐาน — ท่านพูดกับพระเจ้า

2) อ่านพระคัมภีร์ — พระคัมภีร์นั้นเป็นพระคำของพระเจ้าที่พูดกับท่าน

3) จงเป็นพยาน — ท่านพูดแทนพระเจ้าคือเล่าให้คนอื่นๆฟังถึงเรื่องความรอด

แล้วท่านควรรับบัพติศมาในน้ำ ตามแบบอย่างพระเยซู และท่านควรเข้าร่วมประชุมกับคริสตจักรที่

มีความเชื่อในพระคัมภีร์เต็มที่

ในพระคัมภีร์มัทธิว 10.32 พระเยซูตรัสว่า “เหตุดังนั้นทุกคนที่จะรับเราต่อหน้ามนุษย์ เราจะรับ

ผู้นั้นต่อพระพักตร์พระบิดาของเราผู้ทรงสถิตในสวรรค์ด้วย

%d bloggers like this: